EPISODE-I : ABC 101

Nepal น่าจะเป็นจุดหมายของใครหลายๆคนซึ่งรวมถึงผมด้วย ได้ยินว่าเนปาลเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ถ้าได้ไปครั้งหนึ่งแล้วจะอยากไปอีกซึ่งผมก็อยากจะลองสัมผัสด้วยตัวเองเหมือนกัน พอดีมีเพื่อนอยากไป ABC หรือ Annapurna Base Camp เลยไม่รอช้าซื้อตั๋วในทันที ผมทำงานประจำอยู่กรุงเทพฉะนั้นช่วงที่พอจะไปได้ถูกล็อคโดยอัตโนมัติว่าเป็นช่วงสงกรานต์ซึ่งผมเลือกเดินทางตั้งแต่ 6-18 เมษา แน่นอนก่อนเดินทางก็ต้องเตรียมตัว แต่ก่อนหน้านั้นอยากจะขอเล่าความเป็นมาของที่นี่สักหน่อย

เนปาลมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ไม่มีทางออกทะเลและมีพรมแดนทางใต้ติดดินเดีย ทางเหนือติดประเทศจีนในพื้นที่เขตปกครองธิเบต เวลาของประเทศเนปาลนั้นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 1 ชั่วมง 15 นาที (GMT+ 5ชั่วโมง 45นาที) ช่วงที่ดีที่สุดที่จะเที่ยวเนปาลคือช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนเนื่องจากสภาพอากาศและฟ้าโปร่ง

Annapurna เป็นส่วนหนึ่งของทือกเขาหิมาลัยซึ่งการเดินทางไป ABC นั้นเริ่มต้องเริ่มจากเมือง Pokhara โดยการเดินทางมาที่ Pokhara นี้สามารถไปได้ทั้งรถบัสและเครื่องบินจาก Kathmandu ระยะทางประมาณ 200km แต่ถ้ารถบัสอาจต้องใช้เวลาทั้งวันขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการจราจร

Map
ภาพแผนที่เนปาลจาก Google Map

วีซ่า : สำหรับคนไทยที่มีสัญชาติไทยนั้นต้องการวีซ่าในการเข้าประเทศเนปาลครับซึ่งเราสามารถติดต่อขอทำวีซ่าได้ที่สถานทูตเนปาลที่ซอยสุขุมวิท71 การเดินทางไปก็ไม่ยากเเค่นั่ง BTS ลงสถานีพระโขนงแล้วจะเดิน นั่งรถกะป้อหรือนั่งมอไซค์ไปไม่เกิน 20 บาท ง่ายๆครับ รายละเอียดวีซ่าผมทำลิงค์ไว้คลิกไปได้เลยครับ วีซ่าเนปาล

ตั๋วเครื่องบิน : สะดวกและเวลาดีที่สุด บินตรงจากไทยก็ต้องการบินไทย แต่แน่นอนว่าแพงสุดด้วย Nepal airline อาจจะตอบโจยท์เรื่องราคาแต่สายการบินนี้ขึ้นชื่อลือชาด้าน delay ถ้ารับได้ก็โอเค(มั้ง) ผมเน้นถูกแต่ไม่อยากเสี่ยงเรื่อง delay เลยเลือกใช้ Malindo air ที่ต้องไปต่อเครื่องที่มาเลย์แต่ก็ไม่ได้เสียเวลาอะไรมากมายกับราคาประมาณเจ็ดพันกว่าบาทซึ่งผมโอเค

Permit : การ Trekking ในเนปาลนั้นจำเป็นต้องมีใบ TIMS ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 20 USD และสามารถทำได้ที่ Kathmandu โดยศูนย์ทำpermitนั้นอยู่แถวย่าน Thamel รายละเอียดของ TIMS ผมทำลิงค์ไว้แล้วคลิกเข้าไปได้เลยครับ TIMS นอกจากนั้นการจะไปในพื้นที่ Annapurna นั้นต้องการ ACAP ด้วยซึ่งสำนักงานอยู่แถว Bhrikuti Mandap (ค่อนข้างไกลจากที่ TIMS พอควร) ค่าทำ permit นี้ก็จะค่าใช้จ่าย 2000 RS รายละเอียดของ ACAP ตามลิงค์นี้เลยครับ ACAP

Circuit : เส้นทางที่ผมไปจะเริ่มตั้งแต่วันแรก Nayapul ถึง Tikhedhunga วันที่สองเริ่มจาก Tikhedhunga ถึง Ghorepani เพื่อขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ Poon hill ก่อนจะลงมาพักที่ Tadapani แล้ววันที่สี่ก็ไปต่อจนถึง Sinuwa วันที่ห้าขึ้นไปพักที่ Deurali ก่อนขึ้น Base Camp ในวันถัดไป ขาลงนี่แล้วแต่เลยถ้าอยากสบายๆก็ไปเส้นทาง New Bridge แต่อยากไปดูหมู่บ้านผู้อพยพชาวทิเบตเลยเลือกเส้นทาง Ghandruk (ซึ่งขอบอกว่าเหนื่อยมากต้องขึ้นลงเขาสองสามลูก)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ภาพแผนที่ ABC circuit ที่ Tadapani

เงิน : Nepali Rupee (RS) ซึ่งในไทยอาจจะมีให้แลกได้แต่ผมแนะนำให้เเลกดอลลาร์ USD จากไทยไปแล้วหาเเลกที่นู่นจะดีกว่าเนื่องจาก rate จะดีกว่าและไม่เสี่ยงเรื่องการแกว่งค่าเงินด้วยเพราะการถือเงินเนปาลมีความเสี่ยงอยู่ระดับหนึ่ง โดยที่ 1 USD จะเท่ากับประมาณ 100 RS (ช่วงที่ผมไปประมาณ 107 RS) เราอาจสามารถแลกได้ทั้งในสนามบิน โรงแรม หรือไกด์ที่เราไปด้วย แต่ที่เนปาลบางที่รับเงิน USD เหมือนที่พม่าแล้วเผลอๆราคาของอาจถูกกว่าใช้เงิน RS ด้วย

ที่พัก : ที่พักที่ Kathmandu กับ Pokhara ง่ายหน่อยหาตามพวกเว็บจองดังๆได้แต่ที่พักระหว่าง ABC circuit ต้องขึ้นอยู่กับความเร็วถ้าช้าอาจต้องนอนใน dining room หรือซวยกว่านั้นคือต้องเดินต่อไปสถานีหน้าหรือย้อนกลับเพื่อหาที่พัก ผมแนะนำให้บอก Porter ที่เร็วที่สุดของเรานำหน้าไปจองก่อนเลย (ซึ่งผมได้ Porter เทพมาเร็วมาก ผมเรียกเค้าว่าพี่หลุยเพราะหน้าเหมือน หลุย ซัวเรซ)

Guide book : สำหรับ guide book ผมเลือกใช้ Lonely Planet ซึ่งเหตุผลมีสองข้อ ข้อแรกคือผมติด format อีกข้อคือเป็น edition ที่ปรับข้อมูลหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2015 และอาจจะเพราะคำโฆษณาที่ว่า best selling guide to Nepal

การเตรียมร่างกาย : นอกจากการวิ่งเพื่อปรับร่างกายและให้หัวใจแข็งแรงเเล้ว ผมโครตจะแนะนำเลยคือการทำท่า squat ซึ่งควรทำทุกวันวันละ 3 เซ็ทๆละ 30 ครั้ง ผมแนะนำมากๆเพราะกล้ามเนื้อต้นขาจะพร้อมกับการเดินขึ้นในพื้นที่ลักษณะบันได (ผู้เคยพิสูจน์มาแล้วที่บอร์เนียว) นอกจากนั้นผมแนะนำให้งดกาแฟและแอลกอฮอล์หนึ่งเดือนก่อนเดินทางเพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์ที่สุดในการป้องกันอาการ AMS (Acute Mountain Sickness) หรืออาการแพ้ที่สูง

รองเท้า :จริงๆจะใช้รองเท้าวิ่งก็ได้แต่ระหว่างทางมีบางช่วงเป็นหินอาจทำให้รองเท้าพังจนถึงบาดเจ็บได้ รองเท้าที่หุ้มข้อก็ดีเพราะมีโอกาศที่ข้อเท้าพลิกได้ง่าย (ถ้าพลิกตั้งแต่วันแรกก็คงต้องปิ้กบ้านกันเลย) ผมก็ใช้ keen ที่เป็นรองเท้า trekking โดยเฉพาะ ราคาประมาณ5-6พัน สำหรับผมๆว่าคุ้มนะผมใส่ไปหลายประเทศละทั้งป่าชื้น ทะเลทราย หิมะ ใช้ได้ทุกสภาพ

เสื้อผ้า  : ระหว่างทางไป ABC สภาพอากาศมีตั้งแต่ร้อน หนาว ไปถึงโครตหนาว ซึ่งบางช่วงก็จะมีฝนด้วยผมแนะนำให้มีเสื้อกันฝนติดไปตลอดทาง เรื่องการอากาศหนาวนั้นผมว่ามันแล้วแต่คนครับเพราะบางช่วงผมใส่เสื้อแขนสั้นแต่เพื่อนผมล่อไปสองสามชั้นแต่ที่แน่ๆช่วงวันก่อนขึ้น ABC นี่หนาวมากถึงขั้นคืนก่อน ABC นี่ต้องใช้ถุงนอน-5แถมต้องใช้ถุงร้อน ผมแนะนำว่าตั้งแต่ช่วง Deurali เป็นต้นไปนี่อย่างน้อยๆท่อนบนต้องมีต้องมี Base layer, fleece, jacket และเสื้อกันลม ส่วนช่วงล่างก็ longjohn กับกางเกงกันลม ใส่เต็มก่อนถ้าร้อนก็ถอดออกได้ระหว่างทางใส่เข้าถอดออกระหว่างทางเป็นเรื่องปกติครับ  ถ้าไม่ได้ซื้อไทยไปก็สามารถซื้อได้ที่เนปาลในย่าน Thamel มีเยอะมากรวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆด้วยไม้ trekking ก็มีครับ ใน Kathmandu จะถูกกว่าและมีของเยอะกว่าที่  Pokhara แต่อาจจิตตกกับรถเเละเสียงแตรได้

CAMERA
ย่าน Thamel

อาหาร  : อาหารเนปาลสำหรับผมๆว่ามันคล้ายกับอาหารอินเดียผสมพม่าคือมีแกงเป็นหลักเหมือนอินเดียแต่แกงจะมันๆเหมือนอาหารพม่า อาหารพื้นเมืองที่สำคัญของเค้าคือ Dal bhat ซึ่งเป็นอาหารชุดมาพร้อมกับแกงและผักสามารถเติมได้เรื่อยๆ อีกอย่างที่นิยมคืออาหารทิเบตเพราะมีชาวทิเบตอพยพมาอยู่ที่เนปาลพอสมควร Momo เลยมีที่นี่ด้วยมีแทบทุกร้าน สองอย่างนี้เราต้องเจอตลอดการเดินทางแน่นอนโดยเฉพาะระหว่าง ABC ที่อาหารทุกจุดพักเหมือนกันหมดยังกับปรินท์เมนูมาที่เดียวแล้วแจกกันทั้งภูเขา ฉะนั้นถ้ากลัวเบื่อหรือกินไม่ได้อาหารสำเร็จรูปจากไทยน่าจะพอช่วยได้ (แต่ผมไม่พกไปนะหนัก+ขี้เกียจ)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
Dal Bhat ที่ Ghandruk

Energy bar : อันนี้ก็สำคัญนะครับ ตอนหมดเเรงถ้าได้น้ำตาลที่ดูดซึมเร็วๆนี่เหมือน Popeye ได้ผักโขมเลยนะ ช็อกโกแลตผมไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่เนื่องจากมันละลายได้แล้วที่สำคัญพลังงานมันเยอะเกินเดิน ABC กลับมานะจะสะสมในพุงอยู่เลย ผมแนะนำยี่ห้อข้างล่างนี้เลย 2 barแค่ 190 kcal แล้วมีน้ำผึ้งดูดซึมมาใช้ได้เลย ผมเคยใช้ตอนที่ไป trek ที่ Kinabalu (ตอนไป ABC เอาอีกอันไปคิดถึงอันนี้สุดๆ)

IMG_20141020_203745
ผมแนะนำอันนี้เลยราคาประมาณ 160 บาทต่อกล่อง

Guide & Porter : สำหรับ Guide กับ Porter นั้นเราสามารถเดินหาได้ที่ Pokhara เพราะสำนักงานบริษัทนำเที่ยวอยู่ที่นั่นเยอะเลย แต่ของผมเลือกใช้ agency และติดต่อไปก่อนตั้งแต่ที่ไทยโดยของผมเป็นแบบเหมาเหมือน private tour รวมค่าเดินทาง อาหาร permit กับที่พักด้วยราคาแต่ละเจ้าอยู่ที่ตั้งแต่ 600-700  USD ต่อคนขึ้นอยู่กับกลุ่มเราที่ไปของผมไปสามคนราคาเลยลดได้ไม่เยอะ แต่ผมว่าคุ้มละเพราะเคยมาลองคิดคร่าวๆก็แพงกว่าหาเองทุกอย่างไม่เยอะ เเลกกับความชัวถือว่าโอเค ผมเลือกใช้เจ้า Himalaya magic treks และขอบอกว่าบริการสุดประทับใจมาก ผมยืมถุงนอนเค้าด้วยใจดีสุดๆ

ยา : แน่นอนว่าเราควรพกยาโรคประจำตัวของเราด้วย และต้องมียาฆ่าเชื้อและน้ำเกลือแร่สำหรับท้องเสียด้วย (แมลงวันเยอะมาก จำเป็นอย่างยิ่งในการระหว่างเรื่องกิน พยามยามกินของสุกใหม่ๆ) บางคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องยากันแพ้ที่สูงซึ่งคือกลุ่มยา Acetazolamide (หรือที่เรียกง่ายๆ diamox) เราสามารถซื้อจากไทยได้แต่ผมไม่แนะนำอย่างแรงให้ซื้อมาทานเอง ถ้ากลัวจริงๆควรปรึกษาแพทย์ก่อนดีกว่าเพราะมีผลข้างเคียงในเรื่องการสั่งการของสมอง

ของใช้อื่นๆ : นอกจากของใช้ที่จำเป็นแล้วของจุกจิกอื่นๆที่แนะนำก็เช่น เเว่นตากันแดด (เจอหิมะจะเเสบตาสุดๆถ้าไม่มีนี่งานเข้าชัวร์), หมวก, ไฟฉายและที่สำคัญคือทิชชู่ทั้งแห้งและเปียก ราคาทิชชู่จะแพงขึ้นตามลำดับความสูงซึ่งข้างบนจะแพงมากแต่โครตจำเป็น (ถ้าคุณคิดว่าผ่านห้องน้ำเมืองจีนมาได้ก็เข้าที่ไหนในโลกก็ได้ ผมบอกได้เลยว่าคุณคิดผิดมหันต์เลย แม่งเลเวลนี้ผมยังสยอง)

แอลกอฮอล์ : สำหรับใครที่ต้องการหมู่ R-OH เข้ากระเเสเลือดละก็ที่เนปาลนี่มีของท้องถิ่นให้ลิ้มลองอยู่เหมือนกัน ซึ่งผมก็ได้ลองเบียร์ท้องถิ่นตอนกลับมาที่ Pokhara แล้วละ (อย่างที่บอกผมไม่แนะนำให้ทานแอลกอฮอล์ระหว่างขึ้นไป ABC) รสชาติก็ไม่มีอะไรเด่นแค่ความฟินของการจิบเบียร์ Everest ที่เทือกเขา Everest

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
Everest Beer Special edition เพื่อเป็นเกียรติ์แก่ Mr. Nima Gombu Sherpa ผู้พิชิตยอดเขา Everest ถึง 12 ครั้ง

Episode นี้ก็จบลงที่นี่ ถ้ามีคำถามอะไรก็ comment ไว้ได้ผมจะคอยมาตอบเรื่อยๆครับ แล้วติดตาม เส้นทางสู่ ABC กันใหม่ใน episode หน้าครับ

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s