Previously on Annapurna Base Camp…ผมกับเพื่อนวางแผนไป Annapurna Base Camp ประเทศเนปาลช่วง 6-18 เมษา จากนั้นก็ติดต่อ agency พอทำใบ permit และจองที่พักที่ Kathmandu และ Pokhara จากนั้นก็ซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปเนปาลโดยสายการบิน Malindo air

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

EPISODE-II : Hello Poon Hill

และแล้วก็ถึงวันที่ต้องเดินทางซึ่งวันนี้กำหนดการณ์ง่ายๆคือนั่งเครื่องบินไปเจอเพื่อนที่ Kuala Lumpur แล้วก็แค่นั่งต่อไป Kathmandu อีกประมาณสี่ชั่วโมงโดยมี agency ที่ติดต่อไว้มารับที่สนามบิน ซึงพอไปถึงสนามบิน Kuala Lumpur ก็มีเวลาพอประมาณให้ได้พักผ่อนนิดหน่อยก่อนเดินทาง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ลองใช้การสั่งกล้องถ่ายรูปทำงานจากโทรศัพท์เป็นครั้งแรก รู้สึกว่าตัวเองเป็นพวก  old school มากๆ

ผมแนะนำอย่างหนึ่งนะครับว่าควรทำธุระให้เสร็จเรียบร้อยก่อนขึ้นเครื่อง แล้วพออยู่บนนั้นก็หลับไปเลยเพราะห้องน้ำจะต้อนรับการไปเนปาลของคุณแบบ high level (ซึ่งผมก็ไม่คิดว่าจะเจอตั้งแต่บนเครื่อง คือจะมีของฝากจากเพื่อนคนก่อนแทบทุกที่ แน่นอนว่ามีบนพื้นอยู่แล้ว แต่ที่เพิ่มมาคือที่อ่างล้างมือครับ)

พอถึง Kathmandu ก็เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้วครับ สนามบินที่นี่ระบบสายพานกระเป๋าค่อนข้างวุ่นวายหน่อยและก็ไม่รู้ว่าของเราจะลงสายพานไหนเพราะหน้าจอที่จะบอกว่าสัมภาระจากสายการบินไหนจะลงสายพานเบอร์อะไรนั้นมันค้างตลอดซึ่งเค้าจะใช้วิธีพลิกกระเป๋าเพื่อดูแท็คสายการบินแล้วจะมีคนตะโกนบอกเป็นระยะ ผมเรียนรู้วิธีนี้จากกลุ่มคนงานชาวเนปาลกลุ่มหนึ่งที่เพิ่งกลับมาจากโอมาน (อย่างที่ทราบกันครับว่าประเทศตะวันออกกลางที่อยู่ในกลุ่ม OPEC นั้นขาดเคลนแรงงานจึงมาการนำเข้าแรงงานจากอินเดียและเนปาลจำนวนมาก) พอถึงที่พักก็คุยกำหนดการนิดหน่อยแล้วก็พักผ่อนเพื่อที่จะเดินทางไปเมือง Pokhara ตอนเช้า

จาก Kathmandu ถึง Pokhara สามารถเดินทางได้ทั้งทางรถและเครื่องบินซึ่งก็มีหลายสายการบินท้องถิ่นให้บริการเช่น Yeti airlines, Buddha air และอื่นๆ แต่พวกผมเลือกที่จะเดินทางโดยรถโดยสารเพื่อจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวเนปาล (นั่นเป็นคำพูดเวลาชาวบ้านถามแต่จริงๆแล้วคือประหยัดงบ)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ระหว่างทางก่อนถึงเมือง Pokhara

หลังจากเดินทางหยุดบ้างแวะบ้างมาประมาณห้าชั่วโมงก็ถึงท่ารถเมือง Pokhara ซึ่งจากจุดนี้ต้องเดินทางไปอีกประมาณเกือบสองชั่วโมงเพื่อไปยัง Nayapul ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ trekking trip นี้ แต่ด้วยสภาพถนนทำให้ไปถึงช้าไปหน่อยซึ่งกว่าจะถึงก็ไปเข้าไปช่วงประมาณสี่โมงเย็นเกือบห้าโมงเลยเปลี่ยนแผนนิดหน่อยจากที่จะพักที่ Tikhedhunga กลายเป็น Birethanti ซึ่งต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณชั่วโมงกว่าๆ เพราะใกล้มืดเล้ว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ระหว่างทางจาก Nayapal ไป Birethanti

ที่พักที่ Tikhedhunga นั้นค่อนข้างสบายเลยทีเดียวคือมีห้องน้ำส่วนตัวและมีน้ำอุ่น ปลักไฟ และมีผ้าห่มให้ด้วย หลังจากนั่งรถเกือบทั้งวันก็หลับหลับสบายมากในคืนแรกของการ trekking

จากที่ผมบอกใน episode I อาหารทุกจุดพักจะเหมือนกันหมดซึ่งราคาจะตกอยู่ประมาณมื้อละ 500 Rs รวมเครื่องดื่ม (ผมซึ่งใช้บริการ agency จะง่ายหน่อยแค่เลือกอาหารและเครื่องดื่มจากเมนูเเล้วไกด์ที่มาด้วยจะจัดการต่อเอง) หลังอาหารเช้าตอนเจ็ดโมงก็พร้อมเดินทางจริงๆสักที โดยแรกนี้ไกด์บอกเราว่าจะมีบันไดมาตอนรับกว่าสองพันขั้น (ซึ่งเหนื่อยเอาเรื่องเลยทีเดียว)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ที่พักที่ Birethanti

วันนี้เราจะเดินทางจาก Birethanti ผ่าน Hile, Tikhe Dhunga, Ulleri และไปพักที่ Ghorepani เพื่อขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ Poon hill ตอนตีห้า โดยระหว่างทางเราจะเจอกับการปลูกไร่แบบขั้นบันไดของชาวบ้าน โดยทางเดินถือว่าทำให้ง่ายต่อการขนส่งระดับหนึ่ง ส่วนทางขึ้นลงเขาในบริเวณนี้ก็ได้มีการทำเป็นขั้นบันไดซึ่งผมว่าสะดวกมากเลยแต่อาจจะให้แรงนิดหน่อยแค่นั้นเอง การขนส่งที่นี่ยังพอใช้รถยนต์ได้บ้างส่วนในที่สูงขึ้นไปจะใช้ล่อหรือลาในการขนส่ง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
การเพาะปลูกแบบขั้นบันไดบริเวณ Birethanti
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ทิวทัศน์บริเวณ Tikhe Dhunga

และแล้วก็ถึงที่พักที่ Ghorepani ประมาณบ่ายสองโมงซึ่งถือว่าค่อนข้างเร็ว คนเลยยังมีไม่มาก ถ้าใครเดินทางมาถึงตั้งแต่ช่วงบ่ายสองถึงบ่ายสามโมงแนะนำให้รีบอาบน้ำครับเพราะคนจะมาเรื่อยๆจนอาจไม่ได้อาบน้ำแล้วอากาศก็จะหนาวลงเรื่อยๆ ซึ่งที่นี่ก็ยังมีน้ำอุ่นอยู่แต่ห้องน้ำจะเป็นแบบห้องน้ำรวมนะครับ (แนะนำว่าถ้าจะทำธุระส่วนตัวก็ให้รีบทำเพราะตอนผมไปห้องน้ำก็ยังดีๆอยู่แต่ตอนช่วงเย็นๆก็เริ่มมีภาพวาดฝาผนังแล้วตามพื้นห้องเเล้วครับ) ไกด์ผมรีบขึ้นมาจองที่พักที่ดีมาก วิวจากห้องก็สวย ในห้องก็ค่อนข้างโอเคมีหน้าต่างด้วยแถมผ้าห่มให้อีก

DSC_5832
ที่พักที่ Ghorepani
DSC_5835
วิวจากห้องพัก

หลังจากอาหารเย็นก็ถึงเวลาพักผ่อนซึ่งเวลานัดคือตีสี่ครึ่งโดยจากจุดที่พักถึง Poon Hill นั้นมีระยะทางประมาณ 1.5 km (ไม่มากไม่น้อยครับน่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง) ก็ไม่ต้องคิดอะไรมากก็แค่เดินขึ้นเรื่อยๆแหละครับโดยทางส่วนใหญ่เป็นบันไดหิน (ตลอดทริปนี้ไม่มีการใช้เชือกนะครับถ้าใครเคยขึ้น Kinabalu mount ที่ Borneo แล้วว่าจะเป็นแบบนั้นก็ให้สบายใจได้ครับ)

ที่ Poon Hill เราจะเห็นพระอาทิตย์ค่อยๆขึ้นมากระทบ Annapurna และ Machapuchare ซึ่งผมบอกเลยว่าความรู้สึกโครตสุดยอด จำไว้เลยครับว่าระหว่างทางที่เดินวิวจะสวยขึ้น สวยขึ้น และสวยขึ้นไปเรื่อยๆ ตอนนี้เริ่มรู้สึกถึงเทือกเขาหิมาลัยบ้างเเล้ว (ถ้าใครเป็นติ่ง Iron Fist เหมือนผมนี่จะเกิดอาการฟินหนักเลย)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
วิวจาก Poon Hill ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
DSC_5845
แสงอาทิตย์กระทบไอจากภูเขาหิมะ
DSC_5850
ภาพแสงอาทิตย์ค่อนๆฉาบลงบนเขาจาก Poon Hill
DSC_5903
พอพระอาทิตย์ขึ้นเเล้วก็เพิ่งเห็นว่าคนเยอะเหมือนกัน

หลังจากชมภาพอันสวยงามบน Poon Hill จนหนำใจแล้วก็ได้เวลาลงมาที่ Ghorepani เพื่อทานอาหารเช้าแล้วเดินทางต่อ ที่นี่มีน้ำที่ผ่าน RO ขายด้วยราคาลิตรละ 1 USD ซึ่งจะเติมก็รีบเต็มครับเพราะน้ำที่ขายเป็นขวดข้างบนจะแพงมากแนะนำให้เติมน้ำ RO หรือน้ำต้มตามจุดพักครับ

Episode นี้ก็จบลงที่นี่ ถ้ามีคำถามอะไรก็ comment ไว้ได้ผมจะคอยมาตอบเรื่อยๆครับ แล้วติดตาม เส้นทางสู่ ABC กันใหม่ใน episode หน้าครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s