EPISODE-I : Turkey 101

เมื่อไม่กี่วันก่อนผมเห็นข่าวเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นที่สนามบิน Ataturk ที่ Istanbul แล้วรู้สึกใจหายเพราะสำหรับผมแล้ว Turkey เป็นประเทศที่ผมชอบมากประเทศหนึ่งทั้งในด้านสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร และผู้คน จากเหตุการณ์นี้อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่า Turkey เป็นประเทศที่อันตรายไม่ควรที่จะไป

หลายปีก่อนมีน้องที่เป็นมุสลิมที่รู้จักกันเคยพูดกับผมว่า “You should learn Islam from Islam, not Muslim” จริงๆแล้วผู้ก่อการร้ายกับคนตุรกีคือคนละคนกันและประเทศตุรกีก็ไม่ได้มีแต่ระเบิด Turkey นั้นเป็นประเทศที่มีเสน่ห์และผมก็ไม่อยากให้มองแต่ในด้านลบอย่างเดียวเลยอยากจะเล่าประสบการณ์ดีๆที่ผมได้เจอมาในประเทศนี้บ้าง (ซึ่งแน่นอนครับ ผมไม่ได้รับประสบการณ์ด้านบวกอย่างเดียวแน่)

ผมเองเพิ่งไป Turkey ไม่นานมานี้ในช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้วซึ่งผมขอบอกว่าเป็นโครตประสบการณ์การท่องเที่ยวของผมเลยเพราะถ้าจำกันได้ ช่วงปลายปีที่แล้วมีความตรึงเครียดระหว่าง Turkey กับ Russia แถมเครื่องบินทิ้งระเบิดของ Russia ดันมาโดนยิงตกอีกที่มันเเจ็กพ็อตสุดๆคือผมวางใจใช้บริการสายการบิน Aeroflot จากมาตุภูมิ Russia อีกต่างหาก แล้วถ้าย้อนไปกว่านั้นก็มีเหตุการณ์บุกทำลายสถานทูตไทยในตุรกี, เหตุการณ์ที่ศาลท้าวมหาพรมที่มีคนตุรกีมาเกี่ยวข้อง ซึ่งผมไม่ใช่ James Bond ที่จะมาบอกชื่อจริงต่อหน้าผู้รายของเเบบนี้กันไว้ก่อนดีกว่า ผมเลยตกลงกับคณะว่าเวลาใครถามให้บอกว่ามาจาก Singapore ซึ่งผมซ้อมสำเนียง Singlish รอไว้เลย

ประเทศตุรกีมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐตุรกี มีพรมแดนทางใต้ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, ซีเรีย และอิรัก ด้านตะวันออกติดกับอิหร่าน, อาร์เมเนีย และจอร์เจีย ทิศหนือและทิศตะวันตกติดกับทะเลดำและทะเลอีเจียนตามลำดับ และยังมีพรมแดนบางส่วนติดกับกรีซและบัลเกเรียด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนืออีกด้วย เวลาของประเทศตุรกีนั้นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 4 ชั่วมง (GMT+ 2)

Untitled.png
ภาพแผนที่ตุรกีจาก google map

จากภูมิประเทศที่ติดทะเลถึงสามด้านและยังเป็นประตูจากเอเชียสู่ยุโรป ทำให้ตุรกีเป็นพื้นที่สำคัญทางการค้ามาช้านานเเล้วและยังเป็นจุดหมายของทางสายไหมโบราณด้วย ฉะนั้นเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมไม่ต้องพูดถึงครับไม่แพ้ที่ใดในโลกแน่นอน (ตุรกียังมีความสำคัญทั้งด้านศาสนาและประวัติศาสตร์จะให้พูดนี่สามวันสามคืนก็ไม่หมดครับ)

ช่วงที่ดีที่สุดที่จะเที่ยวตุรกีนั้นแบ่งได้เป็นช่วงๆคือ เดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมจะเหมาะกับการ trekking ที่สุดเนื่องจากสภาพอากาศปลอดโปร่งแถมเป็นช่วงเทศกาล cherry ด้วย เดือนสิงหาคมจะเหมาะกับการดูเทศกาลต่างๆ แต่ถ้าจะเที่ยวใน Istanbul ช่วงเดือนเมษายนซึ่งเป็นฤดูใบไม้พลิจะเหมาะที่สุดครับ

วีซ่า : สำหรับคนที่มีสัญชาติไทยนั้นไม่ต้องการวีซ่าในการเข้าประเทศตุรกีครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ทางที่ดีตรวจสอบกับประกาศกรมการกงสุลก่อนจะดีที่สุดครับ ผมทำลิงค์ไว้แล้วกดเข้าไปได้เลยครับ ตารางรายชื่อประเทศและเขตปกครองที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า

ตั๋วเครื่องบิน : การเดินทางจากประเทศไทยไปตุรกีนั้นมีหลายสายการบินที่เป็นให้บริการอยู่เพียบ ที่เป็นที่นิยมก็คงหนีไม่พ้น Turkish airline, Emirate airline อะไรประมาณนี้ครับราคาก็อยู่ที่ช่วงสองหมื่นต้นๆ (ถ้าเจอโปรอาจลงไปถึงหมื่นปลายๆ) แต่ผมนั่นเลือกใช้บริการสายการบินจากมาตุภูมิอาณาจักรมัศโควีนาม Aeroflot Russian airlines เนื่องจากมี hidden agenda บางอย่างซึ่งก็คือสาวรัสเชียนั่นเอง…..ไม่ใช่ครับคือผมจะเเวะเที่ยวมอสโคตอนเปลี่ยนเครื่องเลยเลือกสายการบินนี้ (แน่นอนว่าตอนซื้อตั๋วนั้นยังมีปัญหาระหว่างตุรกีกับรัสเชีย)

เงิน : Turkish Lira (₺) ซึ่งในไทยพอมีให้แลกแต่จะได้เรทไม่ดี (ร้านแถวๆราชดำริมีให้แลกครับแต่ราคาค่อนข้างแพงและเเลกคืนก็ถูกมาก) ผมแนะนำให้เเลกดอลลาร์ USD จากไทยไปแล้วหาเเลกที่นู่นครับ โดยที่ 1 USD จะเท่ากับประมาณ 3 lira  เราอาจสามารถแลกได้ทั้งในสนามบินหรือโรงแรม ไปรษณีย์ที่นู่นก็มีบริการแลกเงินด้วยครับ ไม่ต้องห่วงค่อนข้างสะดวกครับ

ที่พัก : เนื่องจากตุรกีเป็นประเทศที่มีอุตสหกรรมการท่องเที่ยวที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโลก ฉะนั้นเรื่องโรงแรมไม่ต้องพูดถึงมีเยอะเเละหลากหลายแน่นอน  เราสามารถจองผ่านบริการจอง online ทั่วไปได้เลยไม่ว่าจะเป็น Booking, Agoda หรือ Hotel.com

Guide book : สำหรับ guide book ผมเลือกใช้ Lonely Planet เหมือนเดิมครับ

การเดินทางในประเทศ : สำหรับการเดินทางในประเทศตุรกีนั่นค่อนข้างสะดวกครับ ซึ่งใน Istanbul จะมีรถรางผ่านที่ท่องเที่ยวสำคัญอยู่แล้ว เราจะซื้อตั๋วและเติมเงินได้ผ่านเครื่องอัตโนมัติครับ (แต่เครื่องนี้มันแปลกหน่อยคือมันจะรับแค่แบงค์ 10 ครับฉะนั้นเตรียมแบงค์ไว้ด้วยนะครับ) ตั๋วรถรางนี้ถ้าไปหลายคนก็สามารถส่งบัตรให้เพื่อนใช้ต่อได้ บัตรจะหักเงินอัตโนมัติ (ไม่ต้องซื้อบัตรตามจำนวนคนเพราะมีค่าซื้อบัตรครับ) สำหรับการเดินทางระหว่างเมืองจะไปได้ทั้งทางเครื่องเเละรถบัสครับซึ่งผมก็ใช้บริการทั้งคู่ ( ผมนั่ง Turkish airline จาก Istanbul ไป Selcuk ครับ)

DSC_5666.JPG
รถรางใน Istanbul

เสื้อผ้า  : ช่วงที่ผมเดินทางไปตุรกีเป็นหน้าหนาวพอดีอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 5 องศาเซลเซียส ลมค่อนข้างเเรงมีเสื้อกันลมไปก็ดีครับ (ของผมแค่ jacket และเสื้อกันลมกันเอาอยู่เเล้วครับ)

อาหาร  : อาหารตุรกีสำหรับผมๆว่ามันอารมณ์ปิ้งย่างที่ใส่เครื่องเทศเยอะๆ เนื่องจากตุรกีเป็นมีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมดังนั้นไม่มีหมูแน่นอน ถ้าใครไม่ทานเนื้อก็จะมีไก่, ปลา เเละเนื้อแกะเป็นทางเลือกครับ (อย่าสุ่มสี่สุ่มห้าไปสั่งแอลกอฮอล์นะครับ ถ้าร้านไหนขายเค้าจะเขียนในร้านครับ)

IMG_0580.JPG
อาหารที่นู่นส่วนใหญ่จะมาพร้อมสลัดกับเลม่อน (อร่อยมากขอบอก)

ของใช้อื่นๆ : แหล่งท่องเที่ยวนอก Istanbul แดดค่อนข้างแรงครับเเว่นตากันแดดนี่จำเป็นมาก อีกอย่างหนึ่งที่แนะนำสำหรับคุณผู้หญิงที่จะเที่ยวในประเทศตุรกีคือฮิญาบหรือผู้คลุมผมสำหรับผู้หญิงตามหลักศาสนามุสลิมนั่นเอง ถึงแม้ว่าบางสถานที่อาจจะไม่เคร่งมากในเรื่องนี้แต่มีไว้ดีกว่าครับเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และที่ท่องเทียวสำคัญอย่าง Blue mosque ผู้หญิงต้องสวมฮิญาบด้วย (ซึ่งรวมไปถึงต้องใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวด้วยครับ) หรือถ้าหาซื้อไม่ได้ก็ใช้ผ้าผืนยาวๆอย่างผ้าคลุมไหล่มาพันๆดูก็ได้)

DSC_4564.JPG
ผมก็พันไม่เป็นเลยไม่รู้จะอธิบายยังไงเอาเป็นว่าดูภาพนี้ประกอบละกันครับ

Episode นี้ก็จบลงที่นี่ ถ้ามีคำถามอะไรก็ comment ไว้ได้ผมจะคอยมาตอบเรื่อยๆครับ แล้วติดตามการสำรวจอาณาจักรออสโตมันกับผมกันใหม่ใน episode หน้าครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s