Previously on Once upon a time in Turkey…ผมเดินทางมาถึง Selcuk โดยรถไฟจาก Izmir หลังชื่นชมความงดงามของเมืองโบราณ Ephesus แล้วเราเดินทางต่อมายัง Pamukkale โดยรถบัส

EPISODE-III : Into the cotton

ครั้งเมื่ออาณาจักรกรีกโบราณล่มสลาย มหาอาณาจักรอีกแห่งที่กำเนิดขึ้นจากการนำของ Romulus กษัตริย์ผู้ที่ตำนานเล่าว่าเติบโตโดยการเลี้ยงดูของหมาป่าก็ขยายอิทธิพลจนครั้งเมื่อเรืองอำนาจสูงสุดอาณาจักรแห่งนี้นี้ก็แผ่เขตการปกครองกว้างขว้างซึ่งรวมไปถึงพื้นที่บางส่วนของประเทศตุรกีในปัจจุบัน อาณาจักรนั้นคือ Winterfell…ไม่ใช่ครับ อาณาจักรโรมันอันคุ้นหูเรานั่นเองครับ

Pamukkale ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาณาเขตของอาณาจักรโรมันแล้วก็ไม่ได้เป็นเมืองธรรมดาด้วยเพราะที่นี่คือสปาโบราณของพวกโรมันชื่อว่า Hierapolis แน่นอนว่าสถานตากอากาศของมหาอาณาจักรโบราณแห่งนี้มีความบันเทิงจัดมาอย่างครบครันทั้งโรงมหรสพ (theatre), สระว่ายน้ำ (pool), อ่างแช่น้ำ (bath) ไปจนถึงโรงยิม (gymnasium) แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่ศูนย์รวมความบันเทิงโบราณเท่านั้น highlight อย่างหนึ่งนั้นคือภูมิทัศน์ที่สวยงามอันเกิดจากแร่ธาตุจากน้ำที่ไหลลงจากเขาทับถมกันจนเป็นแผ่นสีขาวปกคลุมเขาเป็นแนวยาวแลดูคล้ายปราสาทที่สร้างจากปุยฝ้าย

DSC_4982
Pamuk ในภาษาตุรกีแปลว่าปุยฝ้ายที่เลยมีชื่ออีกอย่างว่า cotton castle (แต่ผมว่ามันดูเหมือนขนมตังเมมากกว่า)

รถบัสที่ผมนั่งมาจาก Selcuk จะยังไม่ได้เข้าไปถึง Pamukkale ครับ พอใกล้ๆถึงเค้าจะให้เราลงเเล้วจะมีรถมารับต่อไปในเมือง (รวมอยู่ในตั๋วเเล้วครับ ไม่ได้จ่ายเพิ่ม) จากรถบัสก็มีตาลุงท่าทางใจดีมารับด้วย mini van ที่ดูค่อนข้างใหม่พาต่อไปที่ Pamukkale พอขึ้นบนรถผมก็เจอเพื่อนร่วมทางเป็นเเม่ลูกคู่หนึ่งนั่งอยู่ พอรถออกสักพักลุงคนขับก็ถามผมว่า where you come from? ไม่ต้องสืบเลยว่าหลังเหตุการณ์ที่ Selcuk ผมรีบตอบทันทีว่า China (คำนี้เหมือนเป็นใบเบิกทางที่นี่เลย ลุงดูตื่นเต้นขึ้นมาทันทีเหมือนที่เมืองจีนคลั่งดาราไทย พอบอกมาจากเมืองไทยนี่ป็อปขึ้นมาทันที) ลุงบอกว่าเค้าเคยไปฮ่องกงด้วยงั้นงี่ชวนคุยมาตลอดทางแล้วเค้าก็บอกว่าผู้หญิงกับเด็กที่นั่งด้านข้างเค้าคือเมียกะลูกเค้าเอง ถ้าเมียเค้าว่างจะมานั่งเป็นเพื่อนด้วยทุกครั้ง ผมเห็นท่าทางน่าโอเคเลยถามว่าผมจะไปโรงแรมที่ผมจองยังไง เค้าบอกว่าเดี๋ยวไปส่ง (ตอนนี้ผมเริ่มระวังตัวหน่อยๆแล้ว)

ไม่นานก็ถึงตัวเมือง ลุงก็พาแวะร้านทัวร์ (ตอนนี้ red alert แล้วครับ) ผมคุยกับเพื่อนว่าจะลงไปแค่สองคน ผู้หญิงรอในรถแล้วมีเพื่อนผู้ชายอีกคนที่รถเผื่อมีอะไร พอลงมาเค้าก็บอกว่ามีทัวร์ทั้ง one day trip และแบบ package หลายวัน ที่นี่เหมือนเป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วรถด้วย ราคาที่เสนอมาทั้งทัวร์และตั๋วรถพอๆกับหาข้อมูลมา ตอนนี้ก็โล่งใจระดับหนึ่งเเล้วว่าไม่น่ามีอะไร คือลุงน่าจะได้เปอร์เซ็นแต่ก็ไม่ใช่พวก hard sale แล้วจับมาหลอกอะไร ผมเลยซื้อตั๋วไป Cappadocia ที่นี่เลยแล้วจ่ายเพิ่มอีกคนละประมาณยี่สิบบาทเป็นค่ารถไปรับที่โรงแรมเพื่อไปท่ารถเพราะท่ารถนั้นไกลออกไปชานเมืองครับ ยี่สิบบาทนี่สมเหตุสมผลอยู่ไม่ได้แพง (จริงๆแอบอยากซื้อทัวร์เหมือนกันแต่กลัวขึ้นรถไม่ทัน ผมคำนวณแล้วก็ไม่ได้แพงอะไรมีนั่ง paracell ด้วย)

โรงแรมที่พักวันนี้ชื่อ Venus Hotel (สาบานได้ว่าได้ยินชื่อครั้งแรกนึกถึงอาบ อบ นวด) ซึ่งโรงแรมนี้ราคาไม่แพงห้องพักก็โอเคครับ บริการนี่ถือว่าดีมาก เค้ามีบริการพานักท่องเที่ยวไปที่จุดซื้อตั๋วของ Hierapolis ด้วย (จริงๆที่ตั้งของโรงเเรมก็อยู่ไม่ไกลจาก cotton castle สามารถเดินไปได้เลย) คืนนี้จะเป็นการนอนบนเตียงครั้งแรกนับตั้งแต่เดินทางมาจากประเทศไทย ด้วยความเหนื่อยล้าผมหัวถึงหมอนก็สลบไปเลย

อาหารเช้าที่โรงแรมจัดไว้นัั้นดีเลยทีเดียว พอทานอาหารเช้าเสร็จเค้าก็พาเราไปส่งหน้าจุดที่ซื้อตั่วเพื่อเข้าไปใน Hierapolis

DSC_4726.JPG
บรรยากาศแถวๆทางเข้า Hierapolis ดูโล่งๆรถไม่ค่อยเยอะอาจเป็นเพราะเป็นช่วงที่การท่องเที่ยวซบเซาด้วยคนเลยไม่ค่อยเยอะเท่าที่ควร

สำหรับที่ Hierapolis นี้มาทางเข้าอกอยู่สามทาง North gate, Middle gate และ South gate โดยแต่ละทางเข้าจะเปิดและปิดในเวลาต่างกัน สำหรับผมนั้นทางโรงแรมได้มาส่งที่ South gate ซึ่งก็ง่ายสำหรับที่จะได้เดินไปดูเมืองโบราณทางด้านเหนือเเล้วก็ลงมาที่ cotton castle แล้วเดินกลับโรงแรมผ่านทาง Middle gate

DSC_4732.JPG
พอผ่านจุดซื้อตั๋วมาเราจะเข้าไปใน Hierapolis ผ่าน Byzantine gate

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนเลยว่าประวัติศาสตร์โรมันสำหรับผมนั้นไม่ค่อยจะได้เรื่องนักข้อมูลอาจจะตกหล่นไปบ้างนะครับ โอเคเรามาต่อกันที่ Hierapolis พอผ่าน Byzantine gate มาแล้วเราจะเจอ Roman bath กับ Antique pool ซึ่งทั้งสออันนี้ต้องเสียค่าเข้าเพิ่มแต่ไม่แพงครับเข้าไปถือว่าคุ้มค่าแต่ด้วยเวลาจำกัดผมาเลยพลาดสองอันนี้ไปอย่างน่าเสียดาย (ตอนแรกตั้งใจจะมากลับตอนท้ายแต่ดันมาช้าไปเลยปิดซะก่อนครับ แนะนำว่าถ้าเข้าทาง South gate ให้เเวะเข้าไปก่อนเลยเพราะจะเป็นจุดที่ปิดก่อนส่วนอื่นครับ สำหรับ Antique pool สามารถลงไปเล่นได้ครับเตรียมชุดมาด้วยก็ดีถ้าใครอย่างเล่นน้ำในบรรยากาศโรมันนะ)

DSC_4869
บรรยากาศรอบๆ Hierapolis ตัว Roman Theatre นี่เด่นมากจะทุกมุมมอง
DSC_4755
ที่เห็นเป็นเสาๆนั้นคือบริเวณที่เคยเป็นวิหารเทพเจ้าทั้ง Temple of Apollo และ Plutonium (เป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งความตายนะครับไม่ใช้เเร่ที่เค้าไปทำนิวเคลียร์)

ผมเก็บ Roman Theatre ไว้ท้ายๆเพราะมันจะต้องขึ้นเนินไป พอเดินมาเรื่อยๆก็จะเจอ highlight ที่หลายๆคนในคณะรอคอยนั่นคือ cotton castleนั่นเอง (แต่ผมกลับเฉยๆนะถ้าให้เลือกนี่ขอไปดูเมืองโบราณเต็มๆดีกว่า)

DSC_4793

DSC_4866

DSC_4842DSC_4812

จากจุดนี้เราเห็นคนลงไปเดินกันเลยเอากับเค้าบ้าง จริงๆแล้วปกติจะมีน้ำแร่อยู่ตามแอ่งซึ่งพอถูกกระทบด้วยแสงแดดจะออกสีฟ้าสวยกว่านี้นะครับแต่พอดีช่วงที่ไปนั้นเป็นหน้าหนาวน้ำเลยแห้งไปเกือบหมด พอเดินลงเรื่อยๆก็มีลุงเจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าเดินต่อมาจะเป็นทางออกแล้วจะกลับเข้าไปไม่ได้ต้องซื้อตั๋วใหม่อย่างเดียว เราเลยต้องเดินย้อนขึ้นทางเดิม เรื่องเหนื่อยไม่เท่าไหร่และที่หนักคือเราต้องเดินเท้าเปล่าบนเกลือที่โครตเย็น (ผมว่าเย็นกว่ายืนเท้าเปล่าบนหิมะเยอะ) เรียกได้ว่าถ้าเดินบนนี้ทุกวันหนังเท้าคงด้านพอไปเปิดการแสดงเดินบนใบมีดได้เลย

อย่างที่ทราบกันเเล้วครับว่าที่นี่เป็นแหล่งศูนย์รวมความบันเทิง ดังนั้นที่นี่จึงต้องการระบบบริหารจัดการที่ดีรวมถึงการส่งน้ำด้วยครับโดยระหว่างทางจาก South gate ไป North gate เราจะพบกับ Latrine ซึ่งเป็นช่องส่งน้ำดีและเป็นระบบถ่ายน้ำเสียขนาดใหญ่

DSC_4915.JPG
บริเวณถนนหลักของ Hierapolis จะมี Latrine อยู่ครับ

ที่จริงบริเวณ Hierapolis พื้นที่ค่อนข้างกว้างและยังมีสถานที่สำคัญอีกเยอะพอสมควรแต่ด้วยเวลาใกล้ปิดแล้ว เราเลยรีบเดินย้อนกลับไปที่ Roman Theatre ที่ทางเข้าอยู่บนเนินไกลออกไปสุดขอบบนของพื้นที่ Hierapolis นี้เลยครับ โดย Roman Theatre นี้สร้างในสมัยจักรพรรดิ Hadrian และมีความจุมากกว่า 12,000 ที่นั่งครับ

DSC_4972
พอถึงบนเนินทางเข้า Roman Theatre พระอาทิตย์เริ่มตกเเล้วซึ่งขอบอกเลยว่าวิวสวยมากครับ
DSC_4948
วิวจาก Roman Theatre ก็ไม่แพ้กัน
DSC_4978
มีป้ายบอกว่า Temple of Nym แต่ผมไม่เห็นในแผนที่นะแต่ว่าก็สวยดีครับ

หลังจากชมความสวยงามของ Roman Theatre จนหนำใจแล้วก็ได้เวลาบอกลา Hierapolis แล้วครับโดยขา กลับนี้เราต้องเดินลงทาง cotton castle เหมือนเดิมซึ่งบอกเลยว่าคราวนี้เย็นกว่าตอนกลางวันแน่นอน แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนมาคือวิวที่สวยไปอีกแบบครับ (ตอนกลางวันสีจะออกฟ้าๆแต่เย็นๆจะออกชมพูครับ)

DSC_4993DSC_4988.JPG

DSC_4987.JPG

พอลงไปถึงด้านล่างก็เริ่มมืดเเล้ว สิ่งที่ตามมาคือความหนาวที่เข้าจู่โจมอยากรวดเร็วบวกกับความหิวด้วยเเล้วเราเลยว่าจะเเวะหาอะไรกินในร้านอุ่นๆก่อนกลับไปรอรถมารับที่โรงแรม พอดีระหว่างทางเห็นร้านอยู่ร้านหนึ่งท่าทางโอเค (คือเป็นร้านที่ไม่เปิดโล่งคิดว่ามี heater แน่นอน) เราเลยพุ่งตรงเข้าไปเลย ร้านนี้ชื่อว่า Mustafa (ซึ่งมารู้ตอนหลังว่าเป็นร้านดัง) เข้ามาในร้านรู้สึกดีโครตเพราะมี heater อย่างอุ่นเลยครับ ในร้านดูเล็กๆน่ารักดีซึ่งตอนที่ไปไม่มีคนเลยเราเป็นแขกแค่กลุ่มเดียวในร้าน (การท่องเที่ยวตุรกีช่วงนั้นคงหนักจริงๆครับเพราะตลอดทริปไม่ว่าจะเป็นร้านอาหรหรือแหล่งท่องเที่ยวดังๆที่ดูในรูปมีคนเยอะๆกลับไม่ค่อยมีคนเลยตอนผมไป) รสชาติหน่ะเหรอ…โครตอร่อยเลยครับ

IMG_0580IMG_0579IMG_0581IMG_0582

พอท้องอิ่มและตัวอุ่นก็ถึงเวลาฝ่าความหนาวเหน็บพอฝึกวิชา diamond dust…ไม่ใช่ครับ ก็ได้เวลากลับโรงแรมซึ่งก็เดินไม่ไกลครับไม่น่าเกินสิบนาที ที่โรงแรมเค้าบอกว่ามีห้องให้อาบน้ำซึ่งมีสบู่ให้ด้วย (ถึงตรงนี้ผมให้คะแนนเต็มสิบเลย) พออาบน้ำเสรจก็เหลือเวลาอีกนิดหน่อยก่อนรถจะมารับ พี่พนักงาน(หรืออาจเป็นเจ้าของโรงแรม)ก็เอาชาตุรกีมาให้บอกว่าจะได้อุ่นขึ้น (ตอนนี้เต็มสิบให้ร้อยเเล้วครับ) พอเวลาผ่านไปรถก็ยังไม่มีพี่เค้าเห็นเราเริ่มมีสีหน้ากังวลเลยเดินมาบอกว่ารถกำลังมาเค้าโทรตามให้เเล้ว (ตอนนี้เอาไปล้านคะแนนเลยครับ)

ระหว่างทางจากโรงแรมไปท่ารถค่อนข้างไกลซึ่งรถที่มารับเป็นรถตู้ครับ ในรถก็มีคนนั่งมาจำนวนหนึ่งเเล้วแหละครับซึ่งเค้าน่าจะรับมาระหว่างทางแล้วมารับเราเป็นกลุ่มสุดท้าย ที่ท่ารถนั้นค่อนข้างใหญ่ครับงงอยู่เหมือนกันเพราะไม่มีป้ายภาษาอังกฤษเลยต้องคอยถามพนักงานหรือคนแถวนั้น ที่นี่ผมไปถามใครเค้าก็ไม่ได้บอกเราฟรีๆนะครับต้องมีของเเลกเปลี่ยนนั่นคือการขอถ่ายรูปกับผมนั่นเอง กว่าจะได้ขึ้นรถผมน่าจะถ่ายรูปกับคนไปหลายกลุ่มเลยทีเดียว

และแล้วก็ถึงเวลาโบกมือลา Pamukkale จริงๆแล้ว สำหรับผมๆชอบที่นี่มาก อาหารก็อร่อยมากความประทับใจทั้งหมดที่ Pamukkale จะไม่มีวันลืมเลยถ้ามีโอกาสผมคงไม่พลาดที่จะไปอีกครั้ง…ว่าแต่แซนวิชผมอยู่ไหนละครับ

สำหรับ episode นี้ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ ถ้ามีคำถามอะไรก็ comment ไว้ได้นะครับ episode หน้าจะเดินทางกันต่อที่ Cappadocia ครับ.

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s